วันจันทร์ที่ 29 เมษายน พ.ศ. 2556

ทุนใหญ่รุกอสังหาฯ เชียงใหม่-เชียงรายรับเออีซี


ตลาดอสังหาริมทรัพย์เชียงใหม่มีการเติบโตอย่างต่อเนื่องปี2556 มีที่อยู่อาศัยระหว่างการขายมูลค่ากว่า 5 หมื่นล้านบาท โดยมีกลุ่มทุนใหญ่ยึดทำเลทอง

ด้วยเหตุผลที่เชียงใหม่เป็นหัวเมืองหลักด้านการค้า การลงทุน และการท่องเที่ยวของภาคเหนือ เช่นเดียวกับเชียงราย ถูกพลิกโฉมเป็นประตูหน้าด่านเชื่อมต่อประเทศเพื่อนบ้านในอาเซียน ถือเป็นแรงดึงดูดให้บรรดายักษ์ใหญ่ต่างขยับเข้ามาลงทุนหวังจะครองตลาดที่อยู่อาศัยก่อนการเปิดประชาคมอาเซียนในปี 2558

นายไตรเตชะ ตั้งมติธรรม กรรมการบริหาร บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า เชียงใหม่เป็นตลาดที่มีความน่าสนใจ มีศักยภาพสูง ลูกค้าที่มีกำลังซื้อ สังเกตจากยอดขายของ บริษัทที่มาลงทุนเชียงใหม่ช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ทั้งโครงการบ้านจัดสรร และคอนโดมิเนียม พบว่าลูกค้ามีการซื้อเพื่อลงทุน ซื้อด้วยเงินสดมากกว่าจังหวัดอื่น ที่ไปลงทุน เช่น ภูเก็ต ขอนแก่น อุดรธานี สุราษฎร์ธานี การขอสินเชื่อจากธนาคารได้รับการปฏิเสธในสัดส่วนที่น้อยมากเมื่อเทียบกับภูเก็ต

          ขณะเดียวกันเชียงใหม่ยังมีสิ่งสนับสนุนให้เกิดโครงการใหม่ทั้งผังเมืองรวมจังหวัดเชียงใหม่ที่มีความชัดเจน กำหนดความสูงของอาคาร ยังพบว่าโมเดิร์นเทรดด้านวัสดุก่อสร้างก็มาลงทุนเชียงใหม่หลายโครงการทั้ง โฮมโปร , โกลบอลเฮ้าส์ , โฮมเวิร์คดูโฮม

"ธอส."โชว์ตัวเลขอสังหาฯรอขาย'555หมื่นล.นายสัมมา คีตสิน ผู้อำนวยการศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ กล่าวว่าเชียงใหม่ มีที่อยู่อาศัยระหว่างการขายปี 2555 จำนวน 149 โครงการ กว่า 19,800 หน่วย มูลค่ารวมกว่า 5 หมื่นล้านบาท เป็นบ้านจัดสรร 105 โครงการ จำนวน 13,700 หน่วย มูลค่าโครงการกว่า 4 หมื่นล้านบาท เฉลี่ยพื้นที่โครงการ 21-50 ไร่ ส่วนใหญ่มีไม่เกิน 150 หน่วยต่อโครงการ โดยอ.สันทราย มีบ้านจัดสรรมากที่สุด รองลงมาเป็นอ.เมือง หางดง ดอยสะเก็ด และสันกำแพง ส่วนอาคารชุดมีทั้งหมด 44 โครงการ จำนวน 6,100 หน่วย ส่วนใหญ่มีไม่เกิน 200 หน่วยต่อโครงการ

ทั้งนี้เป็นโครงการอาคารชุดที่เปิดขายในรอบ 2 ปีคือช่วงปี 2554-2555 มีโครงการที่ใกล้จะขายหมดแล้ว 10 โครงการ และมีโครงการที่เพิ่งเปิดขายใหม่ช่วงต.ค.2555-ก.พ.2556 อีก19 โครงการ หรือกว่า 3,000 หน่วย มูลค่ากว่า 1 หมื่นล้านบาท โดยระดับราคา68% อยู่ในช่วง 1-2 ล้านบาท รองลงมา 17% อยู่ในช่วงราคา 2-3 ล้านบาท และ10 % อยู่ในช่วงราคา 3-5 ล้านบาท

          TIS-Cชี้อสังหาฯ56แนวโน้มดีต่อเนื่อง  นายณรงค์ ตนานุวัฒน์ ศูนย์บริการข้อมูลการค้า-การลงทุน เชียงใหม่ (TIS-C) กล่าวว่า ตลาดอสังหาฯของเชียงใหม่มีการเปลี่ยนแปลงจากเดิมช่วง 2 ปีที่ผ่านมา จากที่เป็นการลงทุนที่พักอาศัยแนวราบ แต่ปัจจุบันเริ่มมีการลงทุนแนวสูงที่เป็นห้องชุดหรือคอนโดฯมากขึ้น ขณะนี้มีที่อยู่อาศัยระหว่างการขายทั้งสิ้น 149 โครงการ หรือประมาณ 19,800 หน่วย เป็นบ้านจัดสรร105 โครงการ ประมาณ 13,700 หน่วย และอาคารชุด 44 โครงการ ประมาณ 6,100 หน่วย

ส่วนหนึ่งเป็นเพราะช่วงสุญญากาศของกฎหมายผังเมืองทำนักลงทุนอสังหาฯเร่งขออนุญาตจัดสรรที่ดินจำนวนมาก ส่งผลให้ที่ดินมีราคาสูงเท่าตัว การลงทุนด้านอสังหาฯที่เติบโต ทำให้การลงทุนในกลุ่มธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับการก่อสร้าง รวมถึงภาคแรงงาน แต่การลงทุนที่มักกระจุกตัวอยู่บริเวณตัวเมืองเชียงใหม่ การจราจรที่แออัด ทำให้กลุ่มทุนหลายรายต่างจับจองทำเลลงทุนใหม่บริเวณวงแหวนรอบกลางมากขึ้น คาดปีนี้ตลาดอสังหาฯในเชียงใหม่จะยังคงมีแนวโน้มที่ดี

เชียงรายเนื้อหอมอสังหาฯ-ค้าวัสดุปักหลักลงทุนนายชวลิต สุธรรมวงศ์ ประธานอาวุโสหอการค้าจังหวัดเชียงราย กล่าวว่าจากตัวเลขของสำนักงานที่ดินจังหวัดเชียงราย ปีนี้พบมีการขออนุญาตการใช้พื้นที่กว่า 16 โครงการมีคอนโดอยู่ระหว่างการก่อสร้างไม่ต่ำกว่า 10 โครงการ รวมถึงกลุ่ม"สุวรรณรายา" ทุนท้องถิ่นก็เตรียมเปิดบ้านจัดสรรเพิ่ม ขณะที่กลุ่มทุนขนาดใหญ่ทั้งแลนด์แฮนเฮ้าส์ ก็มีการซื้อที่ดินเตรียมเปิดตัวโครงการบ้านจัดสรร ขณะเดียวกันยังมี"พีดี เฮ้าส์" ศูนย์รับสร้างบ้านรายใหญ่ ได้เปิดสำนักงานรับ สร้างบ้านโดยเฉพาะ เพื่อตอบโจทย์ตลาดต่างจังหวัดที่ผู้รับเหมาก่อสร้างบ้านหายาก รวมทั้ง โกลบอล เฮ้าส์ และไทวัสดุ เตรียมเปิดสาขาให้บริการ

"ยอมรับว่าเชียงรายตอนนี้มีการลงทุนอสังหาฯเพิ่มขึ้น มีปัจจัยเกื้อหนุนหลายอย่างทั้งสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 4 ซึ่งจะสร้างเสร็จเดือน มิ.ย.นี้ มีด่านการค้าชายแดนถึง 3 ด่านทั้งด่านศุลกากรแม่สาย ด่านศุลกากรเชียงแสน และด่านศุลากรเชียงของ มีเส้นทางอาร์สามเอเชื่อมต่อกลุ่มจีเอ็มเอส การเติบโตของเชียงรายมีการกระจายตัวตั้งแต่อ.แม่จัน อ.แม่สาย อ.เชียงแสน" นายชวลิต กล่าว

จับตา 3 อำเภอชายแดนอสังหาฯบูม นายบุญธรรม ทิพย์ประสงค์ ประธานหอการค้าจังหวัดเชียงราย กล่าวว่า ตลาดอสังหาฯเชียงรายเติบโตขึ้นมาก โดยเฉพาะอ.แม่สาย อ.เชียงของ และอ.เชียงแสน ถือเป็นพื้นที่ชายแดนที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ มีอาณาเขตติดกับประเทศเพื่อนบ้าน ทำให้มีการขยายตัวด้านการค้าและการลงทุนสูงค่อนข้างสูง

อุปสรรคสำคัญต่อการขยายเมืองของเชียงราย คือผังเมืองรวมทั้ง 3 อำเภอยังไม่มีผังเมือง โซนนิ่ง เข้ามาควบคุมการพัฒนาเมือง ในส่วนของอสังหาฯในพื้นที่เขตเมืองพบมีบ้านจัดสรรและคอนโดฯเพิ่มขึ้นปีนี้ไม่ต่ำกว่า 30% เทียบกับปีที่ผ่านมา " นายบุญธรรม กล่าว

แลนด์แอน์เฮ้าส์เคลื่อนทัพบุกตลาดบ้านจัดสรรเชียงราย นายไพศาล ภู่เจริญ รองประธานกรรมการ บริษัท แลนด์แอนด์เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า เชียงราย เป็นหัวเมืองที่กำลังเติบโต เป็นเมืองใหญ่ที่สุดในซีกที่ติดกับประเทศเพื่อนบ้านหลายประเทศในกลุ่มเออีซี ถือว่าได้รับประโยชน์หลายประการจากการเข้าสู่เออีซี มีศักยภาพในการเติบโตของเมือง ขณะที่คู่แข่งตอนนี้ยังไม่มีรายใหญ่เข้ามา มีเพียงกลุ่มทุนท้องถิ่นรายเล็กๆ เท่านั้น ดังนั้น การแข่งขันยังไม่รุนแรง ส่วนหนึ่งเป็นเพราะเป็นเมืองขนาดเล็ก ทั้งนี้ บริษัทได้ซื้อที่ดินเตรียมเปิดหลายโครงการในเชียงราย โดยรูปแบบโครงการวางไว้หลายแบบ คาดว่าจะเปิด ได้ภายในปีนี้ รายงานแจ้งว่าว่า กลุ่มแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ ได้ซื้อที่ดินบริเวณต.บ้านดู่ กว่า 90 ไร่ เพื่อเตรียมเปิดโครงการบ้านจัดสรร




วันพุธที่ 24 เมษายน พ.ศ. 2556

เจาะตลาดอสังหาริมทรัพย์นครราชสีมามาแรง





หลังจากตลาดอสังหาริมทรัพย์ขยายตัวอย่างต่อเนื่องในกรุงเทพฯ ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา จนกระทั่งผู้ประกอบการในตลาดหลักทรัพย์ต่างขยายโครงการออกสู่ภูมิภาคเป็นการใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นหัวเมืองตากอากาศอย่างหัวหินที่โครงการคอนโดมิเนียมขึ้นเป็นดอกเห็ด และอีกภาคหนึ่งที่กำลังร้อนแรง นั่นคือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งกำลังมีการขยายตัวที่ร้อนแรงไม่แพ้ภาคอื่นๆ

ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ได้ "วิเคราะห์สถานการณ์ตลาดที่อยู่อาศัย นครราชสีมา" โดยนายสัมมนา คีตสิน ผู้อำนวยการศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์หลังจากสำรวจโครงการที่อยู่อาศัยล่าสุดในพื้นที่ดังกล่าวมีข้อมูลที่น่าสนใจ ซึ่งทำการสำรวจเฉพาะอำเภอเมืองและอำเภอปากช่อง พบหน่วยที่อยู่อาศัยในผังของโครงการ ซึ่งอยู่ในระหว่างการขาย ประเภทบ้านจัดสรรประมาณ 6,900 หน่วย และห้องชุดประมาณ 730 หน่วย ในประเภทบ้านจัดสรรมีหน่วยของโครงการบ้านจัดสรรซึ่งอยู่ระหว่างการขายประมาณ 6,900 หน่วย จากโครงการจัดสรร 55 โครงการซึ่งมีการขายต่อเนื่อง มีมูลค่าโครงการการรวมกันทั้งสิ้นประมาณ 22,900 ล้านบาท ขายได้แล้วสะสม ประมาณ 4,100 หน่วย หรือขายได้แล้วร้อยละ 60 ของหน่วยในผังทั้งหมดเหลือขายประมาณ 2,800 หน่วย มูลค่าเหลือขายรวมประมาณ 10,300 ล้านบาท  ในจำนวนนี้ มีประมาณ 51 โครงกร 6,400 หน่วย ที่เปิดขายก่อนไตรมาส 3 ปี 2555 หน่วยบ้านจัดสรรประมาณร้อยละ 6 อยู่ในระดับราคาไม่เกิน 1 ล้านบาท ร้อยละ 2.1-3 ล้านบาท และร้อยละ 33 อยู่ในระดับราคา3.1-5 ล้านบาท จากหน่วยในผังโครงการจัดสรรทั้งหมด อยู่ในอำเภอเมืองประมาณ 5,900 หน่วย และอำเภอปากช่องประมาณ 1,100 หน่วย เป็นทาวน์เฮ้าส์ประมาณ 400 หน่วย ที่เหลือเป็นบ้านแฝด และอาคารพาณิชย์

สำหรับสถานะของการก่อสร้าง พบว่า เป็นหน่วยที่ยังไม่ก่อสร้างประมาณ 1,800 หน่วย อยู่ระหว่างก่อสร้างประมาณ 1,900 หน่วย และส่วนใหญ่ก่อสร้างแล้วเสร็จมีเหลือขาย (หรือเป็นบ้านว่าง) ประมาณ 200 หน่วย

ส่วนอัตราการดูดซับของบ้านจัดสรรในนครราชสีมาอยู่ที่ประมาณร้อยละ 6 หรือหมายความว่า หากไม่มีการเปิดขายหน่วยบ้านจัดสรรใหม่เลย ตลาดจะขายได้หมดภายในระยะเวลาประมาณ 17 เดือน อย่างไรก็ตามในช่วงระหว่างตุลาคม 2555- มีนาคม 2556 มีโครงการบ้านจัดสรรเปิดขายใหม่อีก 4 โครงการ รวมประมาณ 23 หน่วย โดยอยู่ในอำเภอปากช่อง 2 โครงการ รวมประมาณ 120 หน่วย และอำเภอเมือง 2 โครงการ รวมประมาณ 110 หน่วย

ในประเภทอาคารชุด มีห้องชุดซึ่งอยู่ระหว่างการขายทั้งหมดประมาณ 730 หน่วย จากประมาณ 7 โครงการมูลค่าโครงการรวมกันทั้งสิ้นประมาณ 2,900 ล้านบาท ขายได้แล้วสะสมประมาณ 560 หน่วย หรือขายได้แล้ว ประมาณ ร้อยละ 76 ของหน่วยในผังทั้งหมดอยู่ในอำเภอเมืองประมาณ 240 หน่วย ในอำเภอปากช่องประมาณ 490 หน่วย เป็นห้องแบบสตูดิโอประมาณ 120 หน่วย แบบหนึ่งห้องนอนประมาณ 140 หน่วย แบบสองห้องนอนประมาณ 450 หน่วย และแบบสามห้องนอน 30 หน่วย

สำหรับสถานะของการก่อสร้าง พบว่า เป็นหน่วยที่ยังไม่ก่อสร้างประมาณ 160 หน่วย อยู่ระหว่างก่อสร้างประมาณ 410 หน่วย และก่อสร้างแล้วเสร็จประมาณ 160 หน่วย โดยจากหน่วยที่ก่อสร้างแล้วเสร็จมีเหลือขาย (หรือเป็นห้องว่าง)ประมาณ 50 หน่วย

ส่วนอัตราการดูดซับของห้องชุดในนครราชสีมา อยู่ที่ประมาณร้อยละ 22 หรือหมายความว่าหากไม่มีการเปิดขายหน่วยห้องชุดใหม่เลย ตลาดจะขายได้หมดภายในระยะเวลาไม่ถึง 5 เดือน

อย่างไรก็ตาม ในช่วง 5 เดือนล่าสุด ระหว่างตุลาคม 2555 - มีนาคม 2556 มีโครงการอาคารเปิดขายใหม่อีกประมาณ 11 โครงการ ด้วยจำนวนหน่วยรวมประมาณ 2,250 หน่วย โดยอยู่ในอำเภอปากช่อง 8 โครงการ รวมประมาณ 1,290 หน่วย และอำเภอเมือง 3 โครงการ รวมประมาณ 960 หน่วย


ที่มา: หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

วันจันทร์ที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2556

อสังหาชลบุรีโตอันดับ 2 รองจากกรุงเทพฯ




นายสัมมา คีตสิน ผู้อำนวยการ ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ เปิดเผยผลสำรวจโครงการที่อยู่อาศัย จังหวัดชายทะเลชลบุรี ระยอง และหัวหิน ชะอำ ปราณบุรี เฉพาะโครงการที่อยู่ระหว่างการขายซึ่งมีหน่วยเหลือขายไม่ต่ำกว่า 6 หน่วย ว่า จังหวัดชลบุรี มีหน่วยที่อยู่อาศัยในผังโครงการของผู้ประกอบการซึ่งอยู่ในระหว่างการขายทั้งสิ้นประมาณ 69,600 หน่วยโดยเป็นบ้านจัดสรร ประมาณ 39,800 หน่วย อาคารชุด 56,400 หน่วย และบ้านพักตากอากาศ ประมาณ 400 หน่วย มากกว่าทุกจังหวัดในประเทศไทย แต่เป็นที่สองรองจากกรุงเทพฯ

โครงการบ้านจัดสรรมีทั้งหมด 363 โครงการรวมมูลค่า 113,000 ล้านบาท ขายได้แล้วประมาณ 27,500 หน่วย หรือ 69% ของหน่วยในผังทั้งหมด โดยบ้านจัดสรรในสัดส่วนประมาณ 36% มีระดับราคา 1-2 ล้านบาท และ 72% มีระดับราคา 2-5 ล้านบาท ซึ่งในระดับราคา 1-2 ล้านบาทเป็นทาวน์เฮาส์หรือบ้านเดี่ยวชั้นเดียวเป็นส่วนใหญ่

โครงการจัดสรรทั้งหมดอยู่ในอำเภอศรีราชา ประมาณ 13,000 หน่วย อำเภอบางละมุง ประมาณ 11,200 หน่วย อำเภอเมืองประมาณ 8,100 หน่วย อำเภอสัตหีบประมาณ 4,700 หน่วย และในอำเภอพานทองประมาณ 2,900 หน่วย ซึ่งทุกอำเภอมีบ้านเดี่ยวมากกว่าทาวน์เฮาส์ ยกเว้นอำเภอเมืองชลบุรีมีทาวน์เฮาส์มากกว่าบ้านเดี่ยว

อาคารชุด ซึ่งอยู่ระหว่างการขายมีประมาณ 217 โครงการ จำนวนหน่วยและจำนวนโครงการมากเป็นที่สองรองจากกรุงเทพฯ รวมมูลค่าโครงการประมาณ 170,200 ล้านบาท ขายได้แล้วประมาณ 37,400 หน่วย หรือขายได้แล้วประมาณ 66% ของหน่วยในผังทั้งหมด โครงการอาคารชุดทั้งหมด อยู่ในอำเภอบางละมุงมากถึงประมาณ 42,400 หน่วย อำเภอเมือง ประมาณ 8,500 หน่วย อำเภอสัตหีบ ประมาณ 3,600 หน่วย และอำเภอศรีราชา ประมาณ 1,900 หน่วย ซึ่งส่วนใหญ่เป็นห้องแบบหนึ่งห้องนอน

บ้านพักตากอากาศ หรือวิลล่า นับเฉพาะโครงการที่มีหน่วยเหลือขายอย่างน้อย 1 หน่วย มีจำนวนประมาณ 10 โครงการรวมประมาณ 400 หน่วย อยู่ในอำเภอบางละมุงประมาณ 250 หน่วย และในอำเภอสัตหีบประมาณ 150 หน่วย เป็นประเภทบ้านเดี่ยวทั้งสิ้น ซึ่งทั้งหมดขายได้แล้วประมาณ 190 หน่วย หรือขายได้แล้วประมาณ 47% ของหน่วยในผังทั้งหมด

จังหวัดระยอง มีหน่วยที่อยู่อาศัยในผังของโครงการของผู้ประกอบการซึ่งอยู่ในระหว่างการขายทั้งสิ้นประมาณ 12,600 หน่วย เป็นบ้านจัดสรร ประมาณ 10,400 หน่วย อาคารชุด ประมาณ 2,100 ปน่วยและบ้านพักตากอากาศ ประมาณ 120 หน่วย

โครงการบ้านจัดสรรมีทั้งหมด 106 โครงการ มูลค่าโครงการการรวมกันทั้งสิ้นประมาณ 23,700 ล้านบาท ขายได้แล้วประมาณ 6,900 หน่วย หรือขายได้แล้วประมาณ 66% ของหน่วยในผังทั้งหมด โดยที่บ้านจัดสรร ประมาณ 47% อยู่ในระดับราคา 1-2 ล้านบาท และ 32% อยู่ในระดับราคา 2-5 ล้านบาท

โครงการจัดสรรทั้งหมดอยู่ในอำเภอเมืองระยอง ประมาณ 4,500 หน่วย อำเภอปลวกแดง ประมาณ 3,500 หน่วย อำเภอบ้านฉาง ประมาณ 1,800 หน่วย แบะในอำเภอนิคมพัฒนา ประมาณ 600 หน่วย ส่วนใหญ่เป็นบ้านเดี่ยว

อาคารชุด มีทั้งหมด 20 โครงการ มูลค่ารวมกันทั้งสิ้นประมาณ 4,800 ล้านบาท ขายได้แล้วประมาณ 1,500 หน่วยหรือขายได้แล้ว 70% ของหน่วยในผังทั้งหมดโดยห้องชุด 41% อยู่ในระดับราคา 1-2 ล้านบาทและ 11% อยู่ในระดับราคา 2-3 ล้านบาท ซึ่งอยู่ในอำเภอเมืองระยองประมาณ 1,500 หน่วยที่เหลืออยู่ในอำเภอแกลงและอำเภอปลวกแดง

พื้นที่ชะอำ หัวหิน ปราณบุรี มีหน่วยที่อยู่อาศัยในผังของโครงการของผู้ประกอบการซึ่งเป็นหน่วยบ้านจัดสรร ประมาณ 4,750 หน่วย อาคารชุด  ประมาณ 14,900 หน่วย

โครงการบ้านจัดสรรซึ่งอยู่ระหว่างการขายมาจาก 69 โครงการ มีมูลค่าโครงการรวมกันทั้งสิ้นประมาณ 15,300 ล้านบาท ขายได้แล้วประมาณ 2,550 หน่วย หรือขายได้แล้วเพียงประมาณ 54% ของหน่วยในผังทั้งหมดระดับราคาต่อหน่วยระดับราคาต่อหน่วยบ้านจัดสรรค่อนข้างใกล้เคียงกันระหว่าง 1-2 ล้านบาท ระดับ 2-3 ล้านบาท และระดับ 3-5 ล้านบาท

โครงการจัดสรรทั้งหมดอยู่ในอำเภอหัวหิน ประมาณ 3,250 หน่วย อำเภอปราณบุรี ประมาณ 800 หน่วย และอำเภอชะอำประมาณ 700 หน่วย อำเภอบ้านฉางประมาณ 1,800 หน่วย และอำเภอนิคมพัฒนาประมาณ 600 หน่วย ซึ่งบ้านเดี่ยวมีสัดส่วนสูงสุด

อาคารชุด มีทั้งหมด 48 โครงการ รวมมูลค่าโครงการ 67,600 ล้านบาท ขายได้แล้วประมาณ 8,000 หน่วย มูลค่าที่ขายได้ประมาณ 36,900 ล้านบาท โดยมีห้องชุด 19% อยู่ในระดับราคา 1-2 ล้านบาท อีก 18% อยู่ในระดับราคา 2-3 ล้านบาท และ 34% อยู่ในระดับราคา 3-5 ล้านบาท อยู่ในอำเภอชะอำประมาณ 9,300 หน่วย อำเภอหัวหิน ประมาณ 4,600 หน่วย และอำเภอปราณบุรี ประมาณ 1,000 หน่วย



ที่มา : วารสารการเงินธนาคาร ฉบับที่ 372 เมษายน 2556