วันจันทร์ที่ 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

บูมที่ราชฯรับแนวรถไฟความเร็วสูง ( 27 พฤษภาคม 2556 )


"ธนารักษ์-สนข." เล็งดึงที่ราชพัสดุ 5 แปลงตามแนวรถไฟความเร็วสูงพัฒนาเชิงพาณิชย์เพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจ หวังสร้างผลตอบแทนเพิ่มขึ้นกับรัฐบาล พร้อมดึงที่ราชพัสดุอีกกว่า 150 แปลงพัฒนาเชิงพาณิชย์เพิ่มอีกภายในปี 56

นายชาญณัฏฐ์ แก้วมณี รองอธิบดี กรมธนารักษ์ เปิดเผยว่า กรมธนารักษ์ได้หารือร่วมกับสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) เพื่อหารือถึงแนวทางการใช้ประโยชน์จากที่ราชพัสดุในแนวรถไฟฟ้าความเร็วสูง ตามแผนการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานด้านการขนส่งของประเทศ ภายใต้วงเงิน 2 ล้านล้านบาทของรัฐบาล โดยได้ข้อสรุปที่จะพัฒนาพื้นที่5 แปลง รวมเกือบ 500 ไร่ ใน 5 จังหวัดคือ ลพบุรี นครสวรรค์ พิษณุโลก นครราชสีมาและเพชรบุรี หลังจากพิจารณาแล้วเห็นว่า สามารถพัฒนาให้เป็นพื้นที่เชิงพาณิชย์ได้

ทั้งนี้ ในส่วนของ จ.ลพบุรี มีพื้นที่ประมาณ 40 ไร่ มีแผนที่จะเจาะเป็นอุโมงค์รถไฟฟ้าได้เพราะเป็นพื้นที่รอบบริเวณพระปรางสามยอด ส่วนพื้นที่ จ.นครสวรรค์ พื้นที่ประมาณ 200 ไร่ขณะนี้อยู่ภายใต้การครอบครองของกองทัพบก ซึ่งขณะนี้ใช้เป็นพื้นที่เลี้ยงหญ้าทั่วประเทศจ.พิษณุโลก พื้นที่ประมาณ 100 ไร่ ปัจจุบันอยู่ภายใต้การครอบครองของกองทัพอากาศ โดยจะต้องเจรจาในรายละเอียดอีกครั้ง เพราะปัจจุบันใช้เป็นเก็บคลังแสงและน้ำมันเชื้อเพลิง เพื่อเติมเครื่องบิน ที่เหลือเป็นที่ อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา พื้นที่ 100 กว่าไร่ จะมีแผนที่จะสร้างเป็นตัวสถานีที่ย้ายออกมาจากสถานีเดิม และแห่งสุดท้ายเป็นที่ อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี จะก่อสร้างเป็นศูนย์ซ่อมบำรุง

"การคัดเลือกพื้นที่ มา 5 แปลงเป็นเพียงข้อสรุปเบื้องต้นที่ทาง สนข.เห็นว่า สามารถพัฒนาให้เกิดมูลค่าทางเศรษฐกิจได้ เพราะไม่เพียงผลประโยชน์ที่จะได้จากการพัฒนาที่ราชพัสดุเชิงพาณิชย์เท่านั้น แต่ยังจะเกิดมูลค่าเพิ่มในพื้นที่โดยรอบและที่สุดก็จะเกิดเป็นรายได้กลับมาให้รัฐด้วย เพราะในการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานถึง 2 ล้านล้านบาท ผลประโยชน์ที่ควรได้ก็ควรตกกับรัฐ แทนที่จะไปเช่าที่เอกชนและพัฒนา แต่ก็ยังต้องทำรายละเอียดและสรุปกลับมาอีกครั้งภายใน 1 เดือน เพราะบางแห่งต้องเจรจากับหน่วยราชการที่ครอบครองด้วยว่าสามารถย้ายไปยังพื้นที่อื่นๆได้หรือไม่ หากทาง สนข.ต้องการพัฒนาที่เหล่านั้นจริงๆและคุ้มค่าในเชิงพาณิชย์มากกว่า" นายชาญณัฏฐ์กล่าว

สำหรับความคืบหน้าการจัดทำแผนแม่บทเพื่อพัฒนาที่ราชพัสดุทั่วประเทศ นายชาญณัฏฐ์กล่าวว่า ที่ราชพัสดุทั่วประเทศ 12.5 ล้านไร่ ได้ทำการสำรวจแล้วพบว่า เป็นพื้นที่ที่มีศักยภาพ160 แปลง โดยสามารถพัฒนาเชิงพาณิชย์ได้ 151 แปลง ส่วนที่เหลืออีก 9 แปลงจะเป็นการพัฒนาเชิงสังคม โดยในจำนวน 150 แปลงนั้นสามารถพัฒนาได้ในปี 2556 จำนวน 31 แปลงส่วนที่เหลือ จะสามารถพัฒนาได้ภายใน 4 ปี จากปี 2557 เพราะยังมีประเด็นด้านกฎหมายต่างๆที่ต้องดำเนินการแก้ไขต่อไป

ที่มา: หนังสือพิมพ์ASTVผู้จัดการรายวัน

วันพุธที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

คอนโดพัทยายังคึกอสังหาฯรายใหญ่ผุดโครงการใหม่ไม่ยั้งสวนกระแสห้องชุดโอเวอร์ซัพพลาย

อสังหาฯ พัทยายังคึกสวนกระแสโอเวอร์ซัพพลาย รายใหญ่ยังจัดหนัก ผุดโครงการใหม่ต่อเนื่อง นายอธิป พีชานนท์ กรรมการผู้จัดการบริษัท ศุภาลัย เปิดเผยว่า ขณะนี้ตลาดอสังหาริมทรัพย์ทางภาคตะวันออก ชลบุรีพัทยา บางแสน ศรีราชา และระยอง ยังคึกคัก โดยถือเป็นตลาดต่างจังหวัดที่มีผู้ประกอบการรายใหญ่ค่ายมหาชนเข้าไปลงทุนเปิดตัวโครงการมากที่สุด รองจากตลาดกรุงเทพฯ และปริมณฑลเนื่องจากเป็นโซนที่มีพื้นฐานเศรษฐกิจที่ดี มีทั้งนิคมอุตสาหกรรม และมีรายได้จากการท่องเที่ยว ทำให้คนท้องถิ่นมีกำลังซื้อสูง สำหรับตลาดที่ร้อนแรงที่สุดในโซนตะวันออกยังคงเป็นพัทยา โดยจากการสำรวจของฝ่ายวิจัยศุภาลัย พบว่า มีห้องชุดเสนอขายสะสม ณ สิ้นไตรมาส 1/2556 จำนวน 134 โครงการ รวม 38,279 หน่วยแบ่งเป็น โซนจอมเทียนมากที่สุด 19,352 หน่วย รองมาเป็น ย่านพระตำหนัก 8,383 หน่วย ตามด้วยย่านวงศ์อมาตย์ 3,510 หน่วย ย่านพัทยาเหนือ 2,452 หน่วย ย่านพัทยากลาง 2,299 หน่วย และย่านพัทยาใต้ 2,283 หน่วย ทั้งนี้ แม้ว่าพัทยาจะมีหน่วยเสนอขายในตลาดสูง แต่การดูดซับก็สูงเช่นกัน จึงเชื่อว่าตลาดที่อยู่อาศัยในพัทยาจะยังไม่โอเวอร์ซัพพลาย โดยในส่วนของศุภาลัยเตรียมเปิดตัวคอนโดมิเนียม ศุภาลัย มาเรย์@ พัทยา ริมถนนเทพประสิทธิ์ ย่านหาดจอมเทียน จำนวน 1,179 ยูนิต ราคาเริ่มต้นต่ำกว่า 2 ล้านบาท ซึ่งปีนี้กลุ่มศุภาลัยจะมีโครงการใหม่ทั้งแนวราบและแนวสูงในโซนตะวันออกมากถึง 6 โครงการ คิดเป็นมูลค่ารวมกว่า 8,000 ล้านบาท นายโอภาส ศรีพยัคฆ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท แอล.พี.เอ็น.ดีเวลลอปเมนท์ กล่าวว่า ชลบุรี พัทยา เป็นตลาดที่เติบโตมาก โดยในอดีตเติบโตจากบ้านหลังที่สองของคนกรุงเทพฯ และคนต่างชาติซึ่งทำเลที่นิยม คือ หาดวงศ์อมาตย์ แต่ทิศทางในปัจจุบัน จะเติบโตจากบ้านหลังแรกของคนทำงาน และแอล.พี.เอ็น.ฯ ยังมีแผนที่จะทำตลาดดังกล่าวต่อเนื่อง ขณะที่นายสัมมา คีตสิน ผู้อำนวยการศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ กล่าวว่า การที่ตลาดชลบุรี-พัทยา มีซัพพลายเข้าสู่ตลาดจำนวนมาก โดยเฉพาะคอนโดมิเนียม จึงน่าเป็นห่วงเรื่องความเสี่ยงที่จะโอเวอร์ซัพพลาย หรือจำนวนอุปทานที่อาจจะมากเกินกว่าความต้องการ


 ที่มา: หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

วันศุกร์ที่ 17 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

กระจกแปรรูป โต เด้งรับอสังหาฯบูม

นายมีเกียรติ กนกอุรุโรจน์ ผู้จัดการฝ่ายขาย บริษัท กลาสฟอร์ม แมนูแฟคเจอร์ริ่ง จำกัด เปิดเผยว่า ภาพรวมตลาดกระจกในปีนี้มีขยายตัวได้ดี เนื่องจากการลงทุนภาคอสังหาริมทรัพย์ รถไฟฟ้า รวมถึงการก่อสร้างอื่นๆ ที่ส่งผลให้ธุรกิจกระจกเติบโตสูงและมีการแข่งขันกันมากขึ้น ซึ่งคนเริ่มรู้จักและนำกระจกแปรรูปมาใช้ตกแต่งในงานก่อสร้างอาคาร และงานเฟอร์นิเจอร์มากขึ้น เพราะมีรูปแบบหลากหลายทั้งกระจกลามิเนต กระจกเคลือบสี กระจกนิรภัย กระจกประหยัดพลังงาน กระจกเก็บความเย็น เป็นต้น คาดว่ากระจกแปรรูปจะมีมูลค่าตลาดรวม 2,000 กว่าล้านบาท หรือคิดเป็น 70% ของมูลค่าตลาดรวมกระจกทั้งหมด โดยบริษัทมีส่วนแบ่งตลาดกระจกแปรรูปอยู่ที่ 11% นายมีเกียรติกล่าวว่า บริษัทตั้งเป้ายอดขายปีนี้เพิ่มขึ้น 20% หรือมูลค่าประมาณ 250 ล้านบาท ปัจจุบันมีกำลังการผลิต 10,000 ตารางฟุตต่อสัปดาห์ ส่วนกลยุทธ์ด้านการตลาดยังเน้นการแข่งขันด้านราคาเป็นหลัก รวมถึงการเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้า ที่มา: http://www.prachachat.net

วันศุกร์ที่ 3 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

กทม.คาดพร้อมบังคับใช้กม.ผังเมืองรวมกรุงเทพฯฉบับใหม่ได้ 16 พ.ค.นี้




นายจุมพล สำเภาพล รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร(กทม.) เปิดเผยภายหลังการประชุมสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับการบังคับใช้ร่างผังเมืองรวมกรุงเทพมหานครฉบับใหม่ว่า คณะรัฐมนตรีได้เห็นชอบหลักการร่างกฎกระทรวงให้ใช้บังคับผังเมืองรวมกรุงเทพมหานครฉบับใหม่เรียบร้อยแล้ว โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการดำเนินการเสนอ รมว.มหาดไทยลงนามและประกาศใช้บังคับกฎกระทรวงให้ใช้บังคับผังเมืองรวมกรุงเทพมหานครในราชกิจจานุเบกษา คาดว่าจะสามารถประกาศใช้ได้ทันกำหนดในวันที่ 16 พ.ค.56

สำหรับผังเมืองรวมกรุงเทพมหานครฉบับใหม่ ซึ่งเป็นฉบับปรับปรุงครั้งที่ 3 ได้มีการปรับเปลี่ยนแผนผังการใช้ประโยชน์ที่ดินให้มีความเหมาะสมและสอดคล้องกับสภาพการพัฒนาพื้นที่ในปัจจุบันและศักยภาพการพัฒนาในอนาคตของบางพื้นที่ด้วย โดยเฉพาะบริเวณใกล้ระบบขนส่งมวลชนทางราง รวมถึงแผนผังอื่นๆ อาทิ แผนผังโครงการคมนาคมขนส่ง ซึ่งมีเป้าหมายในการพัฒนาโครงข่ายถนนสายหลักและถนนสายรอง และส่งเสริมให้มีการเข้าถึงสถานีระบบขนส่งมวลชนทางรางที่สะดวก แผนผังแสดงที่โล่ง ซึ่งกำหนดให้มีที่โล่งเพื่อการพักผ่อนและส่งเสริมสภาพแวดล้อมเพิ่มขึ้น

"ที่สำคัญผังเมืองรวมฉบับนี้ได้กำหนดให้มีแผนผังโครงการกิจการสาธารณูปโภค ซึ่งมุ่งเน้นการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัย การบำบัดน้ำเสีย และการจัดการขยะมูลฝอย นับเป็นแผนผังโครงการกิจการสาธารณูปโภคฉบับแรกของประวัติศาสตร์การผังเมืองของประเทศไทย" นายจุมพล กล่าว

นอกจากนี้ผังเมืองรวมกรุงเทพมหานครฉบับใหม่ ยังมีวัตถุประสงค์ในการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนด้วยการพัฒนาสาธารณูปโภคและสาธารณูปการให้เพียงพอและได้มาตรฐาน การปรับเปลี่ยนกรุงเทพฯ จากการเป็นมหานครที่มีปัญหาวิกฤตด้านการจราจรโดยรถยนต์ส่วนบุคคลมาเป็นมหานครที่ใช้ระบบขนส่งมวลชนทางราง อันเป็นระบบขนส่งมวลชนสาธารณะ และที่สำคัญที่สุด คือ การพัฒนาให้กรุงเทพฯ เป็นมหานครสีเขียวที่ประหยัดพลังงาน และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญของปัญหาภาวะโลกร้อน



ที่มา สำนักข่าวอินโฟเควสท์