วันอาทิตย์ที่ 16 มิถุนายน พ.ศ. 2556

ซีบีดีใหม่ รัชดา-พระราม 9 ดันคอนโดใหม่โตพรวด




หนึ่งในทำเลที่มีคอนโดมิเนียมเปิดขายมากที่สุดเวลานี้ ต้องยกให้ทำเลที่ถูกมองว่าจะกลายเป็นศูนย์กลางธุรกิจ (ซีบีดี) แห่งใหม่ในอนาคต นั่นคือ ถนนรัชดาภิเษก เริ่มตั้งแต่จุดตัดกับถนนพระราม  9 ไปจนถึงถนนลาดพร้าว

โดยฝ่ายวิจัยตลาดอสังหาริมทรัพย์ ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ประเมินว่า ปัจจัยที่จะเอื้อให้ย่านนี้กลายเป็นศูนย์กลางธุรกิจ แห่งใหม่ เพราะมีหน่วยงานขนาดใหญ่เข้ามาลงทุน ตั้งเฮดออฟฟิศกันในย่านนี้ และเมื่อมีห้างสรรพสินค้าชื่อดังอย่างเซ็นทรัลเข้ามาก็ยิ่งทำให้ทำเลนี้เปล่งประกายมากยิ่งขึ้น

จากการสำรวจล่าสุด พบว่า ในรัศมีประมาณ 500 เมตรจากแนวรถไฟฟ้าใต้ดินสถานีพระราม 9 ไปจนถึงสถานีพหลโยธิน (เซ็นทรัล ลาดพร้าว) พบว่า มีคอนโดมิเนียมเปิดตัวใหม่ตั้งแต่ปี 2552 ถึงสิ้นสุดเดือนตุลาคม 2555 จำนวน 43 โครงการ รวม 18,100 หน่วย ยังไม่นับรวมโครงการที่เปิดใหม่ในช่วงต้นปีที่ผ่านมา และเตรียมที่จะเปิดตัวอีกเร็วๆ นี้

หากประเมินจากอัตราการขายแล้ว แม้ย่านนี้จะเปิดขายห้องชุดจำนวนมาก แต่ก็มีอัตราการจองสูง สะท้อนได้ว่า ความต้องการย่านนี้สูง แต่ในทางกลับกัน หากสำรวจการขาย "ใบจองห้องชุด" บนอินเทอร์เน็ตแล้ว ย่านพระราม 9 ห้วยขวาง สุทธิสาร ยาวไปจนถึงแยกรัชดาฯ-ลาดพร้าว ถือว่ามีการนำใบจองมาขายมากเป็นอันดับต้นๆ รวมถึงมีการนำห้องชุดมาปล่อยเช่าเป็นจำนวนมากด้วยเช่นกัน

จากการสำรวจ อัตราค่าเช่าย่านนี้ถือว่าปล่อยได้ราคาดีพอสมควร ห้องชุดขนาด 30 ตารางเมตร (ตร.ม.) จะได้ราคาค่าเช่าไม่ต่ำกว่า 1 หมื่นบาทขึ้นไปสูงสุดมีการเสนอให้เช่าในอัตราสูงถึง 1.5 หมื่นบาทซึ่งหากเทียบกับย่านสาทร-ตากสินแล้ว ย่านพระราม 9 ห้วยขวาง สุทธิสาร ถือว่าราคาดีกว่ามาก

สำหรับราคาที่ดินบนถนนรัชดาภิเษก อยู่ที่ ประมาณ 4 แสนบาทต่อตารางวา (ตร.ว.) มีราคาประเมินราชการอยู่ที่ 2.7 แสนบาทต่อ ตร.ว. ส่วนราคาที่ดินบริเวณถนนพระราม 9 อยู่ที่ประมาณ 3.3 แสนบาทต่อ ตร.ว. ขณะที่ราคาประเมินราชการอยู่ที่ 2-2.2 แสนบาทต่อ ตร.ว.

คอนโดมิเนียมที่เปิดขายในย่านนี้ ส่วนใหญ่ ชูจุดขายเรื่องใกล้รถไฟฟ้าใต้ดินแอร์พอร์ตลิงค์ และใกล้แหล่งงาน ที่เป็นไฮไลต์ในเวลานี้  เช่น ช่วงต้นของถนนพระราม 9 โครงการเบ็ล แกรนด์ พระราม 9 โครงการขนาดใหญ่หัวถนนรัชดาฯ มีทั้งหมด 8 อาคาร รวม 1,992 ยูนิต  เนื้อที่ 42-220 ตร.ม. ราคาเริ่มต้น 6.6 หมื่นบาทต่อตร.ม. และเร็วๆ นี้จะมีเพิ่มอีกโครงการบริเวณด้านหลังเซ็นทรัล พระราม 9

ศุภาลัย เวลลิงตัน อยู่ห่างรถไฟใต้ดิน ศูนย์วัฒนธรรม 1 กิโลเมตร เป็นอาคารความสูง 19 ชั้น จำนวน 9 อาคาร รวม 1,002 ยูนิต ขนาดห้องตั้งแต่ 47-250.5 ตร.ม. ราคาเริ่มต้น 64,500 บาทต่อตร.ม. และศุภาลัยเตรียมจะเปิดเวลลิงตัน เฟส 2 ในเร็วๆ นี้

โนเบิล รีวอล์ฟ ใกล้ๆ สถานีศูนย์วัฒนธรรม คอนโดสูง 40 ชั้น กว่า 800 ยูนิต  ขนาด 21 ตร.ม. 25 ตร.ม. และ 50 ตร.ม. ราคาเริ่มต้น 109,500 บาทต่อ ตร.ม.

เดอะ สกาย รัชดาฯ ใกล้สถานี MRT  ห้วยขวาง และสุทธิสาร สูง 29 ชั้น 1,028 หน่วย ขนาด 27-88 ตร.ม. ราคาเริ่มต้น 2.3 ล้านบาท

ควินน์ คอนโด ของกลุ่มศูนย์การค้ามาบุญครอง อยู่บนถนนรัชดาฯ ซอย17 ใกล้กับสถานีรถไฟใต้ดินสถานีสุทธิสาร มี 2 อาคาร  ได้แก่ อาคารเอ ความสูง 25 ชั้น จำนวน 366 ยูนิต อาคารบี ความสูง 32 ชั้น จำนวน 363 ยูนิต ขนาดห้อง 34-52 ตร.ม. และ 65 ตร.ม. ราคาเริ่มต้น ตร.ม.ละ 79,900 บาท

ล่าสุด 2 บริษัทรายใหญ่ได้ขยับลงตลาดในทำเลพระราม 9รัชดาฯ อีกรอบ รายแรก บริษัท แอล.พี.เอ็น. ดีเวลลอปเม้นท์ เตรียมเปิดโครงการ ลุมพินี พาร์ค พระราม 9- รัชดาฯ ใกล้ทางเข้าอาร์ซีเอ เป็นคอนโด 2 อาคาร จำนวน 1,540 ยูนิต ขนาด 22.5-38 ตร.ม. ในราคาเริ่มต้น 1.39 ล้านบาท  และสดๆ ร้อนๆ เมื่อบริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท เตรียมจะส่งคอนโดเลต มิสท์ ลงบนถนนพระราม 9 ขายในราคาเริ่มต้นที่ 2.3 ล้านบาท

ตลาดคอนโด รัชดาฯ-พระราม 9 จะยังคงคึกคักต่อเนื่องแม้จำนวนซัพพลายจะมากกว่าทำเลอื่นๆแต่เมื่อภาพของศูนย์กลางธุรกิจใหม่ปรากฏชัดขึ้น ก็จะยิ่งทำให้คอนโดในทำเลนี้ยังเป็นที่ต้องการอยู่เสมอ

ที่มา: หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

หัวหิน ร้อนฉ่า! ทุน แคนาดา รุกหนักผุดโครงการ 2 พันล้าน




บ้าน-คอนโดฯ "หัวหิน" โตกระฉูด ผู้ประกอบการอสังหาฯ แห่เปิดโครงการรับกำลังซื้อพุ่ง ล่าสุดกลุ่มทุนแคนาดารุกหนัก ขยายพื้นที่โครงการ SeaCrest Re-sort เปิดเฟสใหม่ในบริเวณพื้นที่เขาเต่า ลดไซส์ห้อง จับกลุ่มลูกค้าคนไทย รวมมูลค่าเกือบ 2,000 ล้าน พร้อมวาดแผนเตรียมเปิดอีก 2 โครงการในหัวหินและภูเก็ต

Rose Ohearn กรรมการบริหาร บริษัท Sierra Projects จำกัด เปิดเผยว่า จากที่ได้เข้ามาอาศัยอยู่เมืองไทย ตลอด มา 8 ปี มีความประทับใจและชื่นชอบบรรยากาศพื้นที่หัวหินเป็นอย่างมาก จึงได้ ตัดสินใจลงทุนโครงการบ้านพักตากอากาศ ขึ้นมาภายใต้ชื่อโครงการ SeaCrest Re-sort โดยในช่วงเฟสแรกๆ ก็มุ่งเน้นเจาะกลุ่มลูกค้านักลงทุนหรือนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ ซึ่งมีราคาต่อหน่วยค่อนข้างสูง คือประมาณ 6-30 ล้านบาทต่อยูนิต แต่จากการเก็บข้อมูลที่เป็นลูกค้าคนไทยที่เข้ามาโชว์รูมพบว่าส่วนใหญ่ต้องการได้บ้านในระดับราคาที่ต่ำกว่านี้ จึงได้ขยายโครงการเปิดเฟสสอง และลดขนาดห้องลงเหลือ 30-36.5 ตร.ม. ซึ่งมีราคาต่ำกว่า 6 ล้านบาท ทำให้ห้องส่วนใหญ่จึงเป็นแบบ สตูดิโอ

"แต่เราก็มีเพนต์เฮาส์สำหรับลูกค้า มีความเป็นส่วนตัวสูง ภายในจะมีห้องนั่งเล่นพักผ่อนกว้างขวาง และมีห้องที่ติดสระว่ายน้ำจะสามารถลงจาก ห้องไปที่สระว่ายน้ำได้เลย"

ผู้บริหารโครงการ SeaCrest Resort กล่าวว่า เฟสใหม่ของโครงการจะมีด้วยกันทั้งหมด 5 อาคาร 2 อาคารจะปล่อยให้เช่า และแต่ละอาคารราคาจะไม่เท่ากัน วัสดุที่ใช้ก็จะแตกต่างกัน ทำให้มีลูกค้าเลือกได้หลายราคา นอกจากนี้ยังมีในส่วนของพื้นที่เพื่อการพาณิชย์  ขนาด 3 ชั้น ในราคาเริ่มต้น 6.5 ล้านบาท สามารถ ลงทุนเปิดเป็นร้านค้า ร้านอาหาร ร้านซักรีด หรือธนาคาร ไว้บริการลูกค้าในโครงการได้อีกด้วย

"ตอนนี้คนหัวหินเริ่มเข้ามาที่เขาเต่ากันเยอะมาก เพราะบรรยากาศดี ไม่แออัด มีวัด ถ้ำ และสถานที่ท่องเที่ยว หลายแห่ง ทำให้ยอดขายเรามีกระแสตอบรับที่ดีมียอดขายแล้วกว่า 35%  โดยเราชูกลยุทธ์ขาย คือเน้น คุณภาพ บริการ สไตล์ โลเกชั่น และราคา"

สำหรับโครงการ SeaCrest Resort ตั้งอยู่บริเวณหัวหินซอย 134 ห่างจากทะเลประมาณ 100 เมตร มีจำนวน 585 ยูนิต รวมมูลค่าโครงการประมาณ 2,000 ล้านบาท ส่วนแผนการลงทุนต่อไปของ  บริษัท Sierra Projects จำกัด ซึ่งเป็น กลุ่มทุนจากแคนาดามีโครงการพัฒนาหลายแห่งทั่วโลก และปัจจุบันได้หันมาลงทุนประเทศในแถบเอเชียมากขึ้น รวมถึงประเทศไทย มีแผนจะเปิดโครงการอีก 2 แห่งต่อจาก SeaCrest Resort อยู่ในพื้นที่หัวหิน 1 โครงการและภูเก็ตอีก 1 โครงการ

ขณะที่ความเคลื่อนไหวในพื้นที่ หัวหินและพื้นที่ใกล้เคียงอย่าง ชะอำ และ ปราณบุรี ในช่วงที่ผ่านมาพบว่า มีกลุ่มผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ๆ ได้ขยายการลงทุนมายังพื้นที่แห่งนี้เป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะหลังน้ำท่วมใหญ่ช่วงปลายปี 2554 ที่ผ่านมา อาทิ "แสนสิริ" มีคอนโดฯ ที่อยู่ระหว่างเปิดขายในหัวหิน-ชะอำ-ปราณบุรีหลายโครงการ ได้แก่ 1) บ้านแสนงาม หัวหิน 2) เรน ชะอำ-หัวหิน 3) เชโลน่า เขาเต่า (ปราณ-บุรี) 4) บ้านทิวลม และ 5) บ้านแสนคราม โครงการ

นอกจากนี้ ยังมีโครงการ "บ้านทิวทะเล" ชะอำ-หัวหิน ถนนเพชรเกษม กม.209 เป็นโครงการร่วมทุนระหว่างกลุ่มชาญอิสสระกับกลุ่มสหพัฒน์ บนที่ดิน ติดทะเลเนื้อที่กว่า 90 ไร่ , โครงการ "เดอะ เครสท์ ซานโตรา" คอนโดฯ ติดทะเลของ บมจ.เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น เปิดตัวเมื่อปีที่ผ่านมาเช่นกัน, โครงการ "มายรีสอร์ท หัวหิน" ช่วงถนนเขาตะเกียบ ของบริษัท มายรีสอร์ท โฮลดิ้ง, โครงการ "เดอะทรัสต์ คอนโด หัวหิน" ของบริษัท เดอะคอนฟิเด้นซ์ในเครือ บมจ.ควอลิตี้ เฮ้าส์, โครงการคอนโดฯ บลูร็อค หัวหิน ของบริษัท แอลไนน์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด ในซอยหัวหิน

ที่มา: http://www.siamturakij.com

วันพุธที่ 5 มิถุนายน พ.ศ. 2556

นักธุรกิจอสังหาฯญี่ปุ่นมองทะลุผุดคอนโดฯเจาะคนชาติเดียวกัน

บ้าน-คอนโดฯโซนตะวันออก กว่า 1 แสนยูนิตผุดรับกลุ่ม ทุนนอก ญี่ปุ่น-จีน-เกาหลีที่เข้ามาลงทุน ในไทย BOI ชลบุรี เผยอนุมัติแล้วกว่า 800 โครงการ มูลค่า 373 แสนล้านบาท กลุ่มทุนอสังหาฯญี่ปุ่น ตีปีก เปิด 3 โครงการคอนโดฯ สไตล์ญี่ปุ่นแท้ๆ เริ่ม ยูนิตละ 9 แสนบาทให้คนญี่ปุ่นอยู่

ปัจจุบันที่อยู่อาศัยในโซนภาคตะวัน ออกเติบโตและมีจำนวนหน่วยใหญ่เป็นอันดับ 2 รองจากกรุงเทพ โดย ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ระบุว่า เฉพาะในจังหวัดชลบุรี  ที่อยู่ระหว่างการขายในขณะนี้ถึง 96,600 หน่วย เป็นมูลค่าโครงการถึง 113,000 ล้านบาท ขณะที่ในจ.ระยอง มีอยู่  12,600 หน่วย ซึ่งชี้ให้เห็นถึงการขยายตัวของตลาดอสังหาฯ ในโซนนี้ที่พัฒนาขึ้นเพื่อรองรับการเข้ามาของกลุ่มทุนต่างชาติทั้งญี่ปุ่น จีน เกาหลี และนิคมอุตสาหกรรม

ทั้งนี้ จากข้อมูลสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงุทน (บีโอไอ) พบว่า ในปี 2555 ที่ผ่านมา บีโอไอได้โครงการที่เข้ามาลงทุนในภาคตะวันออก 8 จังหวัด รวม 768 โครงการคิดเป็นมูลค่า 357,200 ล้านบาท โดยจังหวัดที่มีการลงทุนมากที่สุดคือ ชลบุรี 329 โครงการ ซึ่งการลงทุนส่วนใหญ่เป็นกลุ่มทุนจากญี่ปุ่นด้านชิ้นส่วนยานยนต์และอิเล็กทรอนิกส์ ส่งผลให้กลุ่มทุนญี่ปุ่นได้เข้ามาลงทุนพัฒนาคอน-โดฯเจาะกลุ่มลูกค้าชาวญี่ปุ่นโดยเฉพาะ

นายเซอิตะ ฮากิวาร่า กรรมการผู้จัดการ บริษัท โคโตบูกิ พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด ผู้พัฒนาโครงการ โคโตบูกิ เพลส และโคโตบูกิ คอมเพล็กซ์และโคโตบูกิ สวีท ในแหลมแท่น จ.ชลบุรี เปิดเผยว่า ทั้ง 3 โคงการพัฒนา ขึ้นเพื่อรองรับชาวญี่ปุ่น โดย "โคโตบูกิ สวีท" ตั้งอยู่บนถนนข้าวหลาม เป็นคอนโดฯ สไตล์ญี่ปุ่น ขนาดตั้งแต่ 29-45 ตารางเมตร ขนาด 1-2 ห้องนอน ราคาเริ่มต้นที่ 900,000-2,000,000 ล้านบาทเศษ รวม 78 ยูนิต

"การที่เราพัฒนาโครงการคอนโดมิเนียม ที่ จ.ชลบุรี เพราะว่ามีคนญี่ปุ่นเข้ามาทำงานและอยู่อาศัยในเมืองไทยมาก โดยสถิติปี 2554 มีข้อมูลจากสถานทูตแจ้งว่ามีคนญี่ปุ่นเข้ามาอยู่ในประเทศไทย จำนวน 49,983 คน เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้าถึง 220% และจากสถิติการสำรวจ พบว่า คนญี่ปุ่นที่อยู่ในเมืองไทยจะชอบซื้อที่อยู่ในอาศัยในกรุง เทพฯ, ชลบุรี และเชียงใหม่"

นายเซอิตะ กล่าวอีกว่า จากข้อมูลของ หอการค้าญี่ปุ่น พบว่าในปี 2555 มีชาวญี่ปุ่น เข้ามาลงทุนในประเทศไทยเพิ่มขึ้นจำนวน 44 บริษัท รวมปัจจุบันมีทั้งสิ้น 1,371 บริษัท  และ เพราะตนเป็นคนญี่ปุ่น การพัฒนาโครงการใน ประเทศไทยเพื่อคนญี่ปุ่นตนจึงรู้ใจคนชาติเดียว กันได้เป็นอย่างดีว่ามีความต้องการอย่างไร

สำหรับพฤติกรรมของชาวญี่ปุ่นที่อาศัยอยู่ในไทย ไม่นิยมห้องใหญ่เหมือนชาวอเมริกัน และยุโรป ชาวญี่ปุ่นที่เข้ามาทำงานในไทย ส่วนใหญ่มาคนเดียว จึงนิยมอยู่ห้อง 1 ห้องนอน ขนาด 50-60 ตร.ม. แต่ถ้าเป็นครอบครัว นิยม 2 ห้องนอนขนาด 80-100 ตร.ม.

ด้านนายปรีชา อริยานนท์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เดลิเซีย จำกัด  ผู้ประกอบการอสังหาฯ ภายใต้แบรนด์เติมทรัพย์ กรุ๊ป มานาน 20 ปี  เปิดเผยว่า ได้พัฒนาโครงการ วิสดอม แกรนด์ดิออส คอนโด บนเนื้อที่ 7 ไร่ บริเวณถนนราชชุมพล จ.ระยอง เป็นอาคารสูง 8 ชั้น 5 อาคาร รวม 330 ยูนิต มูลค่ากว่า 1 พันล้านบาท เจาะกลุ่มคนทำงานในนิคมอุตสาหกรรมตะวันออก ขนาดห้องชุดมีตั้งแต่ 29.5 ตร.ม. ราคาเริ่มต้น 1.6 ล้านบาท ซึ่งบริษัทได้เปิดการขายตั้งแต่ต้นปี ล่าสุดมียอดขายแล้วกว่า 50%

สำหรับสถานการณ์การแข่งขันของคอนโดมิเนียมใน จ.ระยอง ปัจจุบันแข่งขันสูงมาก ซึ่งในรอบ 2-3 ปี นอกจากราคาที่ดิน จะปรับขึ้นเท่าตัว หรือที่ดินแปลงปัจจุบันที่บริษัทนำมาพัฒนาเดิมตร.ว.ละ 30,000 บาท ปัจจุบันปรับขึ้นเป็น 60,000 บาท รวมถึงในปีนี้จะมีโครงการคอนโดมิเนียมเตรียมเปิดการ ขายอีกประมาณ 10 โครงการ ทั้งนักลงทุนรายใหญ่จากกรุงเทพฯ และนักลงทุนท้องถิ่นในสัดส่วน 50 : 50%


ที่มา: http://www.siamturakij.com

วันจันทร์ที่ 3 มิถุนายน พ.ศ. 2556

มาเลย์แห่ซื้อคอนโดยกทั้งชั้นที่หาดใหญ่ ( 03 มิถุนายน 2556 )




กลุ่มทุนมาเลย์ทะลักจองซื้อคอนโดหรูเมืองหาดใหญ่ยกชั้นกว่า 40 ยูนิต รับเปิดอาเซียน

นายธนวัตร พูลสิน นายกสมาคมอสังหาริมทรัพย์จังหวัดสงขลา เปิดเผยว่า ขณะนี้กลุ่มทุนชาวมาเลเซียได้เข้ามาสั่งจองซื้ออสังหาริมทรัพย์กันอย่างคึกคัก โดยเฉพาะอย่างยิ่งคอนโดมิเนียมหรูใน อ.หาดใหญ่ ล่าสุด กลุ่มสุลต่านได้เข้ามาแห่จองซื้อล็อตใหญ่ จำนวน 2 ชั้น เช่น ชั้นที่ 28 และ 29 รวมแล้วกว่า40 ยูนิต

นายธนวัตร กล่าวอีกว่า ปัจจุบันกลุ่มทุนสุลต่าน คือ กลุ่มนักลงทุนรายใหญ่ที่เข้ามากว้านซื้อ เพื่อเก็งกำไรและเป็นที่พักอาศัยขณะมาดูแลงานในภาคใต้รองลงมา เป็นกลุ่มนักธุรกิจชาวสิงคโปร์

ซึ่งก่อนหน้านี้กลุ่มนักธุรกิจชาวมาเลเซียแห่กว้านซื้อบ้านพักอาศัยในพื้นที่เขตเทศบาลตำบลสำนักขาม อ.สะเดา ตรงข้ามกับจังโหลน รัฐเคดาห์ ประเทศมาเลเซีย เพื่อทำธุรกิจสถานบันเทิงและธุรกิจกลางคืนกันคึกคัก เนื่องจากที่ประเทศมาเลเซียไม่สามารถดำเนินธุรกิจดังกล่าวได้ เพราะผิดหลักศาสนาอิสลาม

"นักธุรกิจชาวมาเลเซียกว่า 90%พากันมาซื้อบ้านพักอาศัยแบบยกหมู่บ้านเพื่อประกอบธุรกิจต่างๆในเขตเทศบาลตำบลสำนักขาม ส่งผลทำให้อสังหาริมทรัพย์คึกคักเป็นพิเศษ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นนักธุรกิจชาวจีนสัญชาติมาเลเซีย" นายกสมาคมอสังหาริมทรัพย์จังหวัดสงขลา กล่าว

ด้านนายเอกพร นิโรธ ผู้จัดการสำนักงานจังหวัดสงขลา บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม(บสย.)ดูแลภาคใต้ตอนล่าง กล่าวว่า อสังหาริมทรัพย์โครงการใหม่ตอนนี้ได้ชะลอตัวไปบ้าง แต่การซื้อบ้านที่อยู่อาศัยจริงยังไปได้ดี ส่วนคอนโดมิเนียมที่เช่าต่างชาติเข้ามาซื้อเอาไว้ คงไว้รองรับการเปิดประชาคมอาเซียนในปี 2558

นอกจากนี้ การที่ซื้อคอนโดมิเนียมยกชั้นของชาวต่างชาติ ก็เพื่ออยู่เป็นกลุ่มก้อน และการที่ซื้อคอนโดมิเนียมจุดได้เปรียบคือความพร้อมครบวงจรภายใน ตลอดจนถึงระบบการรักษาความปลอดภัย ซึ่งจะได้ศักยภาพดีกว่าบ้านในหมู่บ้าน

ที่มา: หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์