วันพุธที่ 5 มิถุนายน พ.ศ. 2556

นักธุรกิจอสังหาฯญี่ปุ่นมองทะลุผุดคอนโดฯเจาะคนชาติเดียวกัน

บ้าน-คอนโดฯโซนตะวันออก กว่า 1 แสนยูนิตผุดรับกลุ่ม ทุนนอก ญี่ปุ่น-จีน-เกาหลีที่เข้ามาลงทุน ในไทย BOI ชลบุรี เผยอนุมัติแล้วกว่า 800 โครงการ มูลค่า 373 แสนล้านบาท กลุ่มทุนอสังหาฯญี่ปุ่น ตีปีก เปิด 3 โครงการคอนโดฯ สไตล์ญี่ปุ่นแท้ๆ เริ่ม ยูนิตละ 9 แสนบาทให้คนญี่ปุ่นอยู่

ปัจจุบันที่อยู่อาศัยในโซนภาคตะวัน ออกเติบโตและมีจำนวนหน่วยใหญ่เป็นอันดับ 2 รองจากกรุงเทพ โดย ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ระบุว่า เฉพาะในจังหวัดชลบุรี  ที่อยู่ระหว่างการขายในขณะนี้ถึง 96,600 หน่วย เป็นมูลค่าโครงการถึง 113,000 ล้านบาท ขณะที่ในจ.ระยอง มีอยู่  12,600 หน่วย ซึ่งชี้ให้เห็นถึงการขยายตัวของตลาดอสังหาฯ ในโซนนี้ที่พัฒนาขึ้นเพื่อรองรับการเข้ามาของกลุ่มทุนต่างชาติทั้งญี่ปุ่น จีน เกาหลี และนิคมอุตสาหกรรม

ทั้งนี้ จากข้อมูลสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงุทน (บีโอไอ) พบว่า ในปี 2555 ที่ผ่านมา บีโอไอได้โครงการที่เข้ามาลงทุนในภาคตะวันออก 8 จังหวัด รวม 768 โครงการคิดเป็นมูลค่า 357,200 ล้านบาท โดยจังหวัดที่มีการลงทุนมากที่สุดคือ ชลบุรี 329 โครงการ ซึ่งการลงทุนส่วนใหญ่เป็นกลุ่มทุนจากญี่ปุ่นด้านชิ้นส่วนยานยนต์และอิเล็กทรอนิกส์ ส่งผลให้กลุ่มทุนญี่ปุ่นได้เข้ามาลงทุนพัฒนาคอน-โดฯเจาะกลุ่มลูกค้าชาวญี่ปุ่นโดยเฉพาะ

นายเซอิตะ ฮากิวาร่า กรรมการผู้จัดการ บริษัท โคโตบูกิ พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด ผู้พัฒนาโครงการ โคโตบูกิ เพลส และโคโตบูกิ คอมเพล็กซ์และโคโตบูกิ สวีท ในแหลมแท่น จ.ชลบุรี เปิดเผยว่า ทั้ง 3 โคงการพัฒนา ขึ้นเพื่อรองรับชาวญี่ปุ่น โดย "โคโตบูกิ สวีท" ตั้งอยู่บนถนนข้าวหลาม เป็นคอนโดฯ สไตล์ญี่ปุ่น ขนาดตั้งแต่ 29-45 ตารางเมตร ขนาด 1-2 ห้องนอน ราคาเริ่มต้นที่ 900,000-2,000,000 ล้านบาทเศษ รวม 78 ยูนิต

"การที่เราพัฒนาโครงการคอนโดมิเนียม ที่ จ.ชลบุรี เพราะว่ามีคนญี่ปุ่นเข้ามาทำงานและอยู่อาศัยในเมืองไทยมาก โดยสถิติปี 2554 มีข้อมูลจากสถานทูตแจ้งว่ามีคนญี่ปุ่นเข้ามาอยู่ในประเทศไทย จำนวน 49,983 คน เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้าถึง 220% และจากสถิติการสำรวจ พบว่า คนญี่ปุ่นที่อยู่ในเมืองไทยจะชอบซื้อที่อยู่ในอาศัยในกรุง เทพฯ, ชลบุรี และเชียงใหม่"

นายเซอิตะ กล่าวอีกว่า จากข้อมูลของ หอการค้าญี่ปุ่น พบว่าในปี 2555 มีชาวญี่ปุ่น เข้ามาลงทุนในประเทศไทยเพิ่มขึ้นจำนวน 44 บริษัท รวมปัจจุบันมีทั้งสิ้น 1,371 บริษัท  และ เพราะตนเป็นคนญี่ปุ่น การพัฒนาโครงการใน ประเทศไทยเพื่อคนญี่ปุ่นตนจึงรู้ใจคนชาติเดียว กันได้เป็นอย่างดีว่ามีความต้องการอย่างไร

สำหรับพฤติกรรมของชาวญี่ปุ่นที่อาศัยอยู่ในไทย ไม่นิยมห้องใหญ่เหมือนชาวอเมริกัน และยุโรป ชาวญี่ปุ่นที่เข้ามาทำงานในไทย ส่วนใหญ่มาคนเดียว จึงนิยมอยู่ห้อง 1 ห้องนอน ขนาด 50-60 ตร.ม. แต่ถ้าเป็นครอบครัว นิยม 2 ห้องนอนขนาด 80-100 ตร.ม.

ด้านนายปรีชา อริยานนท์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เดลิเซีย จำกัด  ผู้ประกอบการอสังหาฯ ภายใต้แบรนด์เติมทรัพย์ กรุ๊ป มานาน 20 ปี  เปิดเผยว่า ได้พัฒนาโครงการ วิสดอม แกรนด์ดิออส คอนโด บนเนื้อที่ 7 ไร่ บริเวณถนนราชชุมพล จ.ระยอง เป็นอาคารสูง 8 ชั้น 5 อาคาร รวม 330 ยูนิต มูลค่ากว่า 1 พันล้านบาท เจาะกลุ่มคนทำงานในนิคมอุตสาหกรรมตะวันออก ขนาดห้องชุดมีตั้งแต่ 29.5 ตร.ม. ราคาเริ่มต้น 1.6 ล้านบาท ซึ่งบริษัทได้เปิดการขายตั้งแต่ต้นปี ล่าสุดมียอดขายแล้วกว่า 50%

สำหรับสถานการณ์การแข่งขันของคอนโดมิเนียมใน จ.ระยอง ปัจจุบันแข่งขันสูงมาก ซึ่งในรอบ 2-3 ปี นอกจากราคาที่ดิน จะปรับขึ้นเท่าตัว หรือที่ดินแปลงปัจจุบันที่บริษัทนำมาพัฒนาเดิมตร.ว.ละ 30,000 บาท ปัจจุบันปรับขึ้นเป็น 60,000 บาท รวมถึงในปีนี้จะมีโครงการคอนโดมิเนียมเตรียมเปิดการ ขายอีกประมาณ 10 โครงการ ทั้งนักลงทุนรายใหญ่จากกรุงเทพฯ และนักลงทุนท้องถิ่นในสัดส่วน 50 : 50%


ที่มา: http://www.siamturakij.com

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น