วันพุธที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2556

อสังหาฯชี้ครึ่งปีหลังดีมานด์ตจว.พุ่ง

"บิ๊กอสังหาฯ"มองต่างจังหวัดครึ่งปีหลังเป็นบวก ชี้ดีมานด์แน่นเพราะเป็นตลาด "เกิดใหม่" ลุยส่งโครงการออกสู่ตลาดตามแผน กระจายสู่หัวเมืองรอง

นายอุทัย อุทัยแสงสุข รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส สายงานพัฒนาธุรกิจและพัฒนาโครงการคอนโดมิเนียม บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ครึ่งปีหลังยังมองตลาดอสังหาริมทรัพย์ต่างจังหวัดเป็นบวกยังเติบโตต่อเนื่อง แม้ภาพรวมอสังหาฯกรุงเทพฯ เริ่มชะลอตัวลงช่วงเดือนที่ผ่านมาจากปัจจัยลบในประเทศ ทั้งเศรษฐกิจชะลอตัว ความผันผวนทางการเมือง ภัยธรรมชาติ และหนี้ครัวเรือนพุ่งสูง แต่สำหรับอสังหาฯต่างจังหวัดเป็นตลาดใหม่เพิ่งเริ่มต้น มีความต้องการซื้อ (ดีมานด์) คงค้างตลาดระดับหนึ่ง แต่ที่ผ่านมาไม่มีโปรดักส์ตอบโจทย์ความต้องการดีมานด์เหล่านี้ จึงมีปัจจัยหนุนจากกำลังซื้อแม้จะไม่พุ่งกระฉุดเหมือนครึ่งปีแรก

ครึ่งปีหลังบริษัทยังคงเดินหน้าเปิดโครงการใหม่ในต่างจังหวัดตามแผนที่วางไว้ ยังเน้นคอนโดมิเนียมทำเลศูนย์กลางธุรกิจของจังหวัด ที่ผ่านมาบริษัทเน้นเข้าลงทุนในจังหวัดหัวเมืองหลัก ทั้งเชียงใหม่ ภูเก็ต ขอนแก่น พัทยา เขาใหญ่ แต่จากนี้ จะขยายลงทุนอสังหาฯในจังหวัดหัวเมืองรองอันดับ 2 เพิ่มขึ้น เช่น ระยอง อุดรธานี นครราชสีมา มหาสารคาม ชลบุรี ศรีราชา บางแสน หาดใหญ่ รวมถึงจังหวัดในเมืองรองอันดับ 3 ซึ่งยังไม่เคยเข้าไปพัฒนา แต่มีแนวโน้มเติบโตในอนาคตจากโครงการรถไฟความเร็วสูง โครงการมอเตอร์เวย์ตัดใหม่ อาทิ พิษณุโลก สุราษฎร์ธานี อุบลราชธานี ราชบุรี เป็นต้น โดยในเดือนส.ค.นี้บริษัทเปิดตัวคอนโดฯ แบรนด์ดีคอนโดเพิ่มอีก 5 โครงการพร้อมกัน

"การลงทุนของแสนสิริยึดหลักสร้างโครงการให้ "แมชชิ่งกับดีมานด์" การเปิดโครงการใหม่ต่อในทำเลเดิม จะดูว่าดีมานด์ถูกดูดซับออกไปได้เร็วขนาดไหน และหันรุกลงทุนจังหวัดรองอันดับ 2 และ3 จากนั้นจะย้อนกลับมาดูว่าซัพพลายในจังหวัดเดิมเปิดโครงการไปแล้ว อัตราการดูดซับออกไปมากน้อยแค่ไหนก็ลงทุนต่อ"

อย่างไรก็ดี ตลาดจังหวัด ยังไม่พบลูกค้าถูกปฎิเสธสินเชื่อจากธนาคารพาณิชย์ในสัดส่วนเพิ่มขึ้นแบบนัยยะสำคัญ ส่วนใหญ่จะเป็นกลุ่มลูกค้าระดับกลาง -ล่าง ในคอนโดมิเนียมราคา 1-2 ล้านบาท ส่วนของกลุ่มลูกค้าระดับเอ-บี พบว่ามีปัญหาน้อยมาก

นายเตชะ ตั้งมติธรรม กรรมการบริหาร บริษัท ศุภาลัย จำกัด(มหาชน) กล่าวว่า จะขยายลงทุนต่างจังหวัดตามแผนวางไว้ครึ่งปีหลัง 10 โครงการ เน้นลงทุนโครงการแนวราบเป็นหลักสัดส่วน 70% ซึ่งเป็นตลาดที่มีความต้องการ เพราะผู้บริโภคต่างจังหวัดนิยมอยู่อาศัยแนวราบ และมีกำลังซื้อเข้ามาเติมได้เรื่อยๆ อีกทั้งเป็นโปรดักส์ที่มีความเสี่ยงน้อย

"แผนการลงทุนเน้นต่อยอดในจังหวัดเดิมโฟกัสจังหวัดใหญ่ๆ แต่ละปีจะลงทุนเพิ่มใน1-2 จังหวัดใหม่ ส่วนโครงการใหม่จะดูผลตอบรับมากน้อยขนาดไหน ถึงจะซื้อที่ดินเพิ่มเติม วันนี้กำลังซื้ออาจจะลดลงบ้างจากรถคันแรก ตลาดหุ้นผันผวน แต่ไม่เห็นยอดลดลงเป็นนัยยะสำคัญ"

ส่วนยอดกู้ไม่ผ่านช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา อาจเพิ่มขึ้นบ้าง แต่ไม่มากถึงขั้นน่าเป็นห่วง แต่หากเทียบกับปีที่แล้วยอดกู้ไม่ผ่านอาจสูงกว่าเล็กน้อย เพราะปีที่แล้วมีพื้นฐานเศรษฐกิจที่ดีกว่า ดอกเบี้ยต่ำ

นายวิทการ จันทวิมล รองผู้อำนวยการสายงานกลยุทธ์การตลาด บริษัท เอพี(ไทยแลนด์) จำกัด กล่าวว่า การลงทุนต่างจังหวัดเน้นลงทุนในจังหวัดที่มีศักยภาพ ไม่จำเป็นต้องจังหวัดใหญ่ โดยเฉพาะจังหวัดหัวเมืองรองที่มีศักยภาพและยังไม่มีผู้ประกอบการรายใหญ่จากกรุงเทพฯ เข้าไปบุกตลาด

นายสัมมา คีตสิน ผู้อำนวยการศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ คาดตลาดอสังหาฯ ต่างจังหวัดครึ่งปีหลังจะชะลอตัว ขณะที่สถานการณ์การเมืองมีผลต่อภาพรวมการซื้อขาย สถาบันการเงินเข้มปล่อยสินเชื่อทำให้ผู้ประกอบการมองตลาดใหม่ๆ จังหวัดหัวเมืองรองที่มีการเติบโตในอนาคต เช่น มหาสารคาม พิษณุโลก เชียงราย และสุราษฎร์ธานี

การลงทุนต่างจังหวัดแบ่งเป็น 3 ตลาด คือ ตลาดจังหวัดอันดับ 1 ได้แก่ กรุงเทพฯ นนทบุรี และชลบุรี ตลาดอันดับ 2 เช่น โคราช เชียงใหม่ ระยอง และตลาดอันดับ3 จังหวัดที่เติบโตในอนาคต เช่น อุบลราชธานี เชียงราย บุรีรัมย์ พิษณุโลก โดยต้องมี 3-4 องค์ประกอบการหลัก คือ ประชากร 1 ล้านคนขึ้นไป เป็นเมืองสถานศึกษามีนักศึกษาหลายหมื่นคน มีอสังหาฯเชิงพาณิชย์ เช่น ห้างสรรพสินค้าจากส่วนกลาง หรือห้างขนาดใหญ่ลงทุนโดยท้องถิ่น เส้นทางคมนาคมสะดวก

"หลังจากนี้ ผู้ประกอบการจะมองการลงทุนในตลาดจังหวัดหัวเมืองรองอันดับ 2 และ 3 มากขึ้น เพราะมีศักยภาพในระยะยาวจากการพัฒนาเศรษฐกิจอีก 2-3 ปีข้างหน้า เช่น มีรถไฟความเร็วสูง มีอสังหาฯเชิงพาณิชย์ไปเปิดมากขึ้น และเป็นเมืองที่มีประชากร 1 ล้านคนขึ้นไป"

ที่มา: http://www.bangkokbiznews.com

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น