วันอาทิตย์ที่ 4 สิงหาคม พ.ศ. 2556

BMCLจ่อเซ็นเดินรถไฟฟ้าสีม่วง

กก.กลั่นกรองฯไฟเขียวราคาเหลือ 82,989 ล้าน
 
กรรมการกลั่นกรองฯ ยอมรับราคาที่ BMCL ลดให้อีก 320 ล้านบาท เหลือ 82,989 ล้านบาท พร้อมไฟเขียวงานเดินรถไฟฟ้าสายสีม่วง บางใหญ่-บางซื่อ วงในคาดชงครม.ได้ภายใน 2 สัปดาห์นี้ พร้อมชงเรื่องเดินรถรอยต่อบางซื่อ-เตาปูนให้ครม.เลือกเองว่าจะใช้รูปแบบ PPP Gross Cost หรือ Net Cost
       
รายงานข่าวจากกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า ในการประชุมคณะกรรมการกลั่นกรองเรื่องเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.)ที่มีนายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็นประธาน เมื่อวันที่ 29 กรกฎาคมที่ผ่านมา ได้มีมติเห็นชอบผลการเจรจาต่อรองราคางานรถไฟฟ้าสายสีม่วงบางใหญ่-บางซื่อ สัญญาที่4สัมปทานสำหรับการลงทุนการจัดหาระบบรถไฟฟ้า การให้บริการเดินรถและซ่อมบำรุงรักษา วงเงิน 83,310 ล้านบาทซึ่งบริษัท รถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BMCL ผู้รับงานยอมลดราคาลงอีก 320 ล้านบาท เหลือ 82,989 ล้านบาท โดยเป็นการลดเฉพาะตัวรถไฟฟ้า 220 บาท ที่เหลือเป็นอัตราดอกเบี้ยที่ปรับลดลงตามราคา
       
 “คณะกรรมการกลั่นกรองฯ เห็นชอบราคาที่ BMCL ลดให้ 320 ล้านบาท จากนั้นก็จะเสนอที่ประชุมครม. แต่คิดว่าคงเสนอไม่ทันในสัปดาห์หน้า อาจจะเป็นสัปดาห์ถัดไป” แหล่งข่าว กล่าว
       
ส่วนกรณีการเดินรถรอยต่อ1สถานี เตาปูน-บางซื่อ ระยะทาง1กิโลเมตรที่จะเจรจาให้ BMCL เป็นผู้รับงานด้วยนั้น กระทรวงคมนาคมจะเสนอให้ ครม. พิจารณาเองว่าจะเลือกรูปแบบใด ระหว่าง 2 รูปแบบ คือ แบบรัฐและเอกชนลงทุนร่วมกัน(Public private Partnership : PPP)ประเภทGross Cost เช่นเดียวกับสายสีม่วง บางใหญ่-บางซื่อ คือรัฐลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐาน และจัดเก็บค่าโดยสาร โดยให้เอกชนลงทุนระบบรถไฟฟ้า ทำหน้าที่เดินรถ แล้วจ่ายเป็นเงินค่าจ้างแบบกำหนดราคาคงที่กับแบบ PPP ประเภท Net Cost Concession (NC) คือรัฐบาลเป็นผู้ลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐาน ส่วนเอกชนจะได้รับสิทธิในการรับสัมปทาน เก็บค่าโดยสารและแบ่งส่วนแบ่งรายได้ให้รัฐ เช่นเดียวกับสัญญาสัมปทานเดินรถสายเฉลิมรัชมงคลเนื่องจากลักษณะทางกายภาพของ โครงสร้างจะต่อเชื่อมกับสายเฉลิมรัชมงคล มากกว่าสายสีม่วง และสะดวกต่อการคิดค่าโดยสาร เนื่องจาก รฟม.ระบุว่า จะเดินรถในรูปแบบใดก็ได้ใน 2 รูปแบบ เพราะ รฟม.มีแนวคิดไม่เก็บค่าโดยสารเพิ่มช่วง 1 สถานีนี้อยู่แล้ว
       
แหล่งข่าวกล่าวเพิ่มเติมถึงโครงการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีเขียว หมอชิต-สะพานใหม่-คูคต วงเงิน 58,000 ล้านบาท และสายสีชมพู แคราย-ปากเกร็ด-มีนบุรี วงเงิน 58,642 ล้านบาทว่า ล่าสุด รฟม.ได้ปรับปรุงรายละเอียดสายสีชมพูเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ส่วนสายสีเขียวมีความพร้อม จึงเชื่อว่าจะสามารถเสนอทั้ง 2 สายทางต่อที่ประชุม ครม.ได้ภายในเดือนสิงหาคมนี้ เพื่อเปิดประกวดราคา
       
ก่อนหน้านี้ นายจุฬา สุขมานพ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) เปิดเผยถึงโครงการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีชมพู แคราย -ปากเกร็ด-มีนบุรีว่า เหตุที่มีความล่าช้าในการนำส่งครม. เป็นเพราะ รฟม. ขอขยายวงเงินเพิ่มเนื่องจากต้องการขยายพื้นที่ศูนย์ซ่อมบำรุงจากเดิม 80 ไร่ เป็น 200 ไร่ซึ่ง สนข.พิจารณาแล้วเห็นว่ามีเหตุผลรองรับ เพราะ รฟม.ต้องการขยายพื้นที่เพื่อเชื่อม 2 ถนน คือ ถนนร่มเกล้ากับถนนรามคำแหง
       
ขณะเดียวกัน รฟม.ยังขอเปิดประกวดราคา โดยใช้รูปแบบออกแบบพร้อมก่อสร้าง (Design & Built) เนื่องจากสายสีชมพู เป็นระบบรถไฟฟ้ารางเดี่ยว (Mono Rail) ซึ่งแตกต่างจากโครงการรถไฟฟ้าสายอื่นๆ ของ รฟม. ดังนั้นผู้รับงาน 1 รายจะต้องรับผิดชอบทั้งเรื่องระบบ ตัวรถ และงานโยธา เพื่อความรวดเร็วและประหยัดค่าก่อสร้าง ซึ่งการก่อสร้างแบบ Design & Built จะมีขั้นตอนทางกฎหมายเพราะค่าก่อสร้างสูงกว่าการออกแบบก่อนก่อสร้าง (Detail Design) โดย รฟม.ต้องส่งหนังสือแสดงรายละเอียดและเหตุผลไปยังสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) สำนักงบประมาณและกระทรวงการคลังตรวจสอบ ก่อนนำส่งให้ ครม.พิจารณา

       
นอกจากนี้ รฟม.ยังขอเพิ่มงานก่อสร้างสถานีสายสีชมพูอีก 8 สถานี จากเดิม 20 สถานี โดยเป็นการย่อยสถานีให้มากขึ้นตามแนวสายทางเดิม ซึ่งมี 2 ช่วง คือ ระหว่างรามอินทราไปมีนบุรี และบริเวณถนนแจ้งวัฒนะ จึงต้องมีการแก้ไขรายงานผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม (EIA) เพิ่มเติม แต่ใช้เวลาไม่นาน

ที่มา : หนังสือพิมพ์ข่าวหุ้น

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น